จังหวัดเชียงใหม่

ข้อมูลทั่วไปของจังหวัด

จังหวัดเชียงใหม่ เป็นจังหวัดหนึ่งของไทย ตั้งอยู่ทางภาคเหนือของประเทศ ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 20,107 ตารางกิโลเมตร ซึ่งใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศ เมืองเชียงใหม่ มีชื่อปรากฏในตำนานว่า "นพบุรีศรีนครพิงค์เชียงใหม่" สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 1839 โดยพญามังรายเป็นผู้ทรงสร้าง มีอายุครบ 700 ปี ในปี พ.ศ. 2539

ในอดีตเชียงใหม่มีฐานะเป็นเมืองหลวงของราชอาณาจักรนครรัฐอิสระ ชื่อว่า อาณาจักรล้านนา ซึ่งปกครองโดยกษัตริย์ราชวงศ์มังราย ประมาณ 261 ปี (ระหว่าง พ.ศ. 1839-2101) กระทั่งในปี พ.ศ. 2101 เชียงใหม่ได้เสียเมืองให้แก่พระเจ้าบุเรงนองแห่งพม่า และได้อยู่ภายใต้การปกครองของพม่ามานานกว่าสองร้อยปี จนถึงสมัยสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี จึงได้มีการทำสงครามเพื่อขับไล่พม่าออกจากเมืองเชียงใหม่และเชียงแสนได้สำเร็จ โดยการนำของเจ้ากาวิละและพระยาจ่าบ้าน

หลังจากนั้น พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนาเจ้ากาวิละขึ้นเป็นพระเจ้าบรมราชาธิบดีกาวิละ ให้ปกครองหัวเมืองฝ่ายเหนือในฐานะประเทศราชของกรุงรัตนโกสินร์ และราชวงศ์ทิพย์จักราธิวงศ์ (ราชวงศ์เจ้าเจ็ดตน) ซึ่งเป็นเชื้อสายของพระเจ้าบรมราชาธิบดีกาวิละ ก็ได้ปกครองเมืองเชียงใหม่และหัวเมืองต่าง ๆ สืบต่อมา และเปลี่ยนชื่อเมืองเป็น "รัตนติงสาอภินวบุรีเชียงใหม่"

ในรัชสมัยของ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้มีการปฏิรูปการปกครองหัวเมืองประเทศราช โดยมีการจัดตั้งการปกครองแบบมณฑลเทศาภิบาล เรียกว่า "มณฑลพายัพ" หรือมณฑลลาวเฉียง ต่อมาเชียงใหม่ได้มีการปรับปรุงการปกครองและยกฐานะขึ้นเป็น "จังหวัด" ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2476 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว จนถึงปัจจุบัน

ปัจจุบัน จังหวัดเชียงใหม่นับเป็นเมืองใหญ่และมีความสำคัญของภาคเหนือ และเป็นศูนย์กลางทั้งทางด้านเศรษฐกิจ และสังคม อีกทั้งยังมีศักยภาพทางการท่องเที่ยวที่หลากหลาย มีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงามอย่างมากมายที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ เป็นแหล่งที่เปี่ยมไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์อันทรงคุณค่า ทั้งโบราณสถาน โบราณวัตถุ และสถาปัตยกรรมล้านนาที่วิจิตรบรรจงสวยงาม อีกทั้งยังมีศิลปวัฒนาธรรม และประเพณีอันงดงามและทรงคุณค่า ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้จังหวัดเชียงใหม่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ รวมถึงการอนุรักษ์ไว้ซึ่งภูมิปัญญาท้องถิ่นที่สะท้อนออกมาในงานศิลปหัตถกรรมที่มีชื่อเสียง เช่น การแกะสลักไม้ เครื่องเงิน เครื่องเขิน การทำร่ม กระดาษสา การทอผ้าฝ้าย และอาหารการกินที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะท้องถิ่น เป็นที่ติดอกติดใจสำหรับผู้ที่มาเยือน

เกี่ยวกับเชียงใหม่

คำขวัญประจำจังหวัดเชียงใหม่

“ดอยสุเทพเป็นศรี ประเพณีเป็นสง่า บุปผชาติล้วนงามตา นามล้ำค่านครพิงค์”

วัฒนธรรม และขนบธรรมเนียมประเพณี

เชียงใหม่ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองที่มีประเพณีและวัฒนธรรมที่มีความโดดเด่น งดงามมากที่สุดแห่งหนึ่ง รวมทั้งมีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะด้วย  ที่เป็นเช่นนี้ สืบเนื่องมาจากการที่เมืองเชียงใหม่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน ซ้ำยังเคยเป็นราชธานีและเป็นศูนย์กลางความเจริญรุ่งเรืองในทุกด้านของอาณาจักรล้านนา จึงทำให้เชียงใหม่รับเอาวัฒนธรรมจากต่างถิ่นเข้ามาผสมผสานกับวัฒนธรรมของตน  รวมทั้งยังได้รับวัฒนธรรมจากพระพุทธศาสนาเข้ามาอีกทอดด้วย เชียงใหม่จึงมีการผสมผสานหล่อหลอมวัฒนธรรมขึ้นมาใหม่กลายมาเป็นวัฒนธรรมอันมีเอกลักษณ์เฉพาะตน อาทิ วัฒนธรรมการแต่งกาย วัฒนธรรมการสร้างบ้านเรือน วัฒนธรรมการใช้ภาษา เป็นต้น

เทศกาลที่สำคัญ

จังหวัดเชียงใหม่เป็นจังหวัดที่มีการจัดเทศกาล งานประเพณี และกิจกรรมอยู่มากมายที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติเป็นจำนวนมาก งานประเพณีที่สำคัญๆ อาทิ

  • งานร่มบ่อสร้าง จัดขึ้นประมาณเดือนมกราคมของทุกปีที่บริเวณศูนย์หัตถกรรม ร่มบ่อสร้าง อำเภอสันกำแพง มีการแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ต่างๆที่ทำจากกระดาษสา โดยเฉพาะร่มบ่อสร้าง
  • งานไม้แกะสลักบ้านถวาย จัดขึ้นในเดือนมกราคม ที่หมู่บ้านถวาย อำเภอหางดง มีการจำหน่ายและสาธิตการแกะสลักไม้ และหัตถกรรมพื้นบ้าน
  • งานมหกรรมไม้ดอกไม้ประดับ เป็นงานที่จัดขึ้นในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี ในงานจัดให้มีการประกวดสวนหย่อมพันธุ์ไม้ดอกไม้ประดับ ภาคเช้าของงานจะจัดให้มีขบวนรถบุปผชาติ และนางงามบุปผชาติ แห่จากบริเวณหน้าสถานีรถไฟ ผ่านสะพานนวรัฐไปสู่สวนสาธารณะหนองบวกหาด
  • งานประเพณีสงกรานต์ หรือ งานปี๋ใหม่เมืองเชียงใหม่ ซึ่งได้รับการยอมรับว่า เป็นสถานที่ที่จัดงานประเพณีสงกรานต์ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย มีทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติมาร่วมงาน  ซึ่งประเพณีสงกรานต์นี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 13-15 เมษายน ของทุกปี  ชาวเชียงใหม่เรียกวันสงกรานต์ว่า “วันปี๋ใหม่”  หรือเรียกว่า “วันสังขารล่อง” กล่าวคือเป็นวันสิ้นสุดศักราชเก่า ต้อนรับศักราชใหม่ คำว่าสังขารล่อง มีความหมายว่า อายุสังขารของเราได้ล่วงเลยผ่านพ้นไปอีกปีหนึ่ง หรือ แก่ไปอีกหนึ่งปีนั่นเอง ชาวเชียงใหม่มีการจัดขบวนแห่พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองเมือง ได้แก่ พระพุทธสิหิงค์ และขบวนแห่นางสงกรานต์ที่ประดับประดาตกแต่งอย่างอลังการแห่รอบเมืองเชียงใหม่  รวมทั้งมีการทรงน้ำพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมือง  ทรงน้ำพระสงฆ์  การก่อพระเจดีย์ทราย  รดน้ำดำหัวผู้ใหญ่  การเล่นสาดน้ำกัน รวมทั้งยังมีการละเล่นต่างๆ อย่างสนุกสนานอีกด้วย
  • ประเพณีแห่ไม้ค้ำโพธิ์ จัดขึ้นในเดือนเมษายน ในวันที่ 15 เป็นต้นไป ของทุกปี ที่บริเวณตัวเมืองจอมทอง มีขบวนรถจากชุมชน ห้างร้าน กลุ่มต่างๆ กว่า 40 ขบวน แห่ไปตามเมืองจอมทอง อำเภอจอมทอง จนถึง วัดพระธาตุศรีจอมทองวรวิหาร เป็นประเพณีที่สืบทอดกันมานานกว่า 200 ปี ตามตำนานเกิดขึ้นที่อำเภอเภอจอมทอง ถือเป็นแห่งแรกของประเทศไทยและแห่งเดียวในโลก ประเพณีแห่ไม้ค้ำโพธิ์ กลายเป็นต้นแบบของการแห่ไม้ค้ำสะหลีของชาวล้านนา จนได้รับความนิยมไปทั่วภาคเหนือ และเป็นประเพณีที่เริ่มมีชื่อเสียงโด่งดัง และได้รับความนิยมอย่างมาก
  • งานประเพณีเข้าอินทขีล เป็นพิธีสักการบูชา เสาหลักเมืองอินทขีล หรือเสาหลักเมืองของเชียงใหม่ ตั้งอยู่ภายในบริเวณ วัดเจดีย์หลวง อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ชาวบ้านชาวเมืองทั้งเฒ่าแก่หนุ่ม – สาว จะพากันนำเอาดอกไม้ธูปเทียน น้ำขมิ้นส้มป่อย ใส่พานหรือภาชนะ ไปทำการสระสรง สักการบูชา
  • ประเพณีเดินขึ้นดอยสุเทพในวันวิสาขบูชา เป็นประเพณีที่จัดขึ้นทุกปีในคืนวันขึ้น 14 ค่ำ เดือน 6 หนึ่งคืนก่อนวันวิสาขบูชา ชาวเชียงใหม่จะพร้อมใจกันเดินขึ้นไปกราบนมัสการพระบรมธาตุดอยสุเทพอย่างพร้อมเพรียงและถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติสืบเรื่อยมา
  • จุลกฐิน หลังจากผ่านเทศกาลออกพรรษาแล้วยังมีกฐินที่เรียกว่า จุลกฐิน หรือที่คนโบราณ เรียกว่า “กฐินแล่น” ที่มีลักษณะพิเศษ คือ ไม่ใช่ถึงเวลาก็สามารถไปทอดที่วัดได้ มีการแห่ด้วยกลองสะบัดชัย ตามด้วยการฟ้อนเจิง ศิลปะเก่าแก่ของพ่อเฒ่า มาถวายที่วัดยางหลวง วัดเก่าแก่ของ อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่
  • งานประเพณียี่เป็ง เป็นงานประเพณี อันยิ่งใหญ่แห่งดินแดนล้านนาที่ได้ปฎิบัติสืบทอดกันมาตั้งแต่ครั้งโบราณกาล "ยี่เป็ง" หรือวันเพ็ญเดือนยี่ของชาวล้านนา ตรงกับวันเพ็ญเดือน 12 ของภาคกลางอันเป็นช่วงปลายฤดูฝน ต้นฤดูหนาว อากาศปลอดโปร่งท้องฟ้าแจ่มใส ธรรมเนียมปฎิบัติของชาวล้านนาอย่างหนึ่งนอกเหนือจากการลอยกระทงในแม่น้ำก็คือ การจุดประทีปโคมไฟ ลอยขึ้นไปสว่างไสวบนท้องฟ้า โดยมีคติความเชื่อว่า เพื่อบูชาพระเกตุแก้วจุฬามณี บนสรวงสวรรค์ หรือบ้างก็เชื่อว่าเป็นการลอยเคราะห์ หรือสะเดาะเคราะห์ ให้เกิดความเป็นมงคลแก่ชีวิต

หน่วยงาน และหมายเลขโทรศัพท์สำคัญ

  • ททท.ภาคเหนือ เขต 1 (เชียงใหม่) 053-248-604 , 053-248-607

เว็บไซต์ : www.tatchiangmai.org

  • สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงใหม่ 053-112-877

เว็บไซต์ : www.cm-mots.com

  • ประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงใหม่ 053-219-092 , 053-219-291

เว็บไซต์ : http://www.prcm.prdnorth.in.th/

  • สำนักงานท่องเที่ยวเทศบาลนครเชียงใหม่ 053-252-557, 053-233-178, 053-245032
  • ตำรวจท่องเที่ยว จ.เชียงใหม่ 053-278-798, 053-248-974, 053-242-966, 053-248-130
  • ตำรวจทางหลวง 053-242-441

การวางแผนการเดินทาง

การเดินทางสู่จังหวัดเชียงใหม่

รถยนต์

จากกรุงเทพฯ ใช้ทางหลวงหมายเลข(พหลโยธิน)แยกเข้าทางหลวงหมายเลข 32(สายเอเซีย) ผ่านอยุธยา อ่างทอง นครสวรรค์ หลังจากนั้นใช้ทางหลวงหมายเลข 117 ไปยังพิษณุโลก ต่อด้วยทางหลวงหมายเลข 11 ผ่านลำปาง ลำพูน ถึงเชียงใหม่ระยะทางประมาณ 695 กิโลเมตร อีกทางหนึ่งคือจากนครสวรรค์ ไปตามทางหลวง หมายเลข1 ผ่านกำแพงเพชร ตาก และลำปางถึงเชียงใหม่ ระยะทางประมาณ 696 กิโลเมตร

รถไฟ

การรถไฟแห่งประเทศไทยให้บริการขบวนรถด่วน (ตู้นอน) ขบวนรถเร็ว และขบวนรถธรรมดา ออกจากสถานีรถหัวลำโพง กรุงเทพมหานคร ทุกวัน ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 12-15 ชั่วโมง โดยสามารถสอบถามรายละเอียดข้อมูลตารางการเดินรถ และค่าโดยสารได้ที่ โทร. 0 2220 4334 เลขหมายอัตโนมัติ โทร. 1690 หรือสถานีรถไฟเชียงใหม่ โทร. 0 5324 2094 และ เว็บไซต์ www.railway.co.th

รถโดยสารประจำทาง

มีรถประจำทางปรับอากาศสายกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ออกจากสถานีขนส่งสายเหนือ (หมอชิต 2) ถนนกำแพงเพชร 2 ทุกวันๆละหลายเที่ยว ใช้เวลาเดินทางประมาณ 10 ชั่วโมง สอบถามรายละเอียดได้ที่ บริษัท ขนส่ง จำกัด โทร. 0 29362852-66 และที่เชียงใหม่ โทร.;053241449,053242664 หรือดูใน www.transport.co.th

เครื่องบิน

  • การบินไทย บริการเที่ยวบินประจำระหว่างกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ทุกวัน ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง สำรองที่นั่ง โทร. 0 2280 0060, 0 2628 2000, 0 2356 1111 สอบถามรายละเอียด โทร. 1566 สำนักงานเชียงใหม่ โทร. 0 5321 0043-4 และ www.thaiairways.com
  • สายการบิน บางกอกแอร์เวย์ บริการเที่ยวบิน กรุงเทพฯ-สุโขทัย-เชียงใหม่ โทร. 0 2265 5555, 0 2265 5678 และ www.bangkokair.com
  • สายการบินวันทูโก มีบริการเที่ยวบินกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ทุกวันสอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร. 1126 หรือ  www.fly12go.com
  • สายการบินนกแอร์ เปิดบริการเที่ยวบินกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ และ เชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน ทุกวัน และ กรุงเทพ-เลย-อุดรธานี-เชียงใหม่ ทุกวันศุกร์และวันอาทิตย์ รายละเอียดสอบถามศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ โทร. 1318 หรือ www.nokair.com
  • สายการบิน ไทยแอร์เอเชีย มีบริการเที่ยวบินระหว่าง กรุงเทพฯ-เชียงใหม่ สอบถามรายละเอียด โทร.0 2515 9999 หรือ www.airasia.com
  • สายการบิน เอส จี เอ มีบริการเที่ยวบิน เชียงใหม่ - เชียงราย, เชียงใหม่ - ปาย และ เชียงใหม่ - แพร่  โทร. 0 2664 6099 เว็บไซต์ www.sga.co.th

สภาพอากาศ

สภาพภูมิอากาศ

จังหวัดเชียงใหม่มีสภาพอากาศค่อนข้างเย็นเกือบตลอดทั้งปี มีอุณหภูมิเฉลี่ยทั้งปี 25.4 องศาเซลเซียส โดยมีค่าอุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ย 31.8 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ย 20.1 องศาเซลเซียส มีปริมาณน้ำฝนเฉลี่ย 1,100-1,200 มิลลิเมตร สภาพภูมิอากาศจังหวัดเชียงใหม่อยู่ภายใต้อิทธิพลมรสุม 2 ชนิด คือ ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้และลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ แบ่งภูมิอากาศออกได้เป็น 3 ฤดู คือ ฤดูร้อน ฤดูฝน ฤดูหนาว

ที่ตั้ง

จังหวัดเชียงใหม่ตั้งอยู่ ณ ละติจูด 16 องศาเหนือ ลองติจูด 99 องศาตะวันออก สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 310 เมตร ส่วนกว้างจากทิศตะวันตกจรดทิศตะวันออกประมาณ 138 กิโลเมตร ส่วนยาวจากทิศเหนือจรดทิศใต้ประมาณ 320 กิโลเมตร ห่างจากกรุงเทพมหานคร 696 กิโลเมตร

ภูมิประเทศ

จังหวัดเชียงใหม่มีพื้นที่ 20,107.057 ตารางกิโลเมตรหรือประมาณ 12,566,911 ไร่ มีพื้นที่กว้างใหญ่เป็นอันดับที่ 1 ของภาคเหนือ และเป็นอันดับ 2 ของประเทศ รองจากจังหวัดนครราชสีมา ลักษณะภูมิประเทศโดยทั่วไปมีสภาพพื้นที่เป็นภูเขาและป่าละเมาะ มีที่ราบอยู่ตอนกลางตามสองฟากฝั่งแม่น้ำปิง มีภูเขาที่สูงที่สุดในประเทศไทยคือ ดอยอินทนนท์ สูงประมาณ 2,565.3355 เมตร อยู่ในเขตอำเภอจอมทอง นอกจากนี้ยังมีดอยอื่นที่มีความสูงรองลงมาอีกหลายแห่ง เช่น ดอยผ้าห่มปก สูง 2,285 เมตร ดอยหลวงเชียงดาว สูง 2,170 เมตร ดอยสุเทพ สูง 1,601 เมตร สภาพพื้นที่แบ่งออกได้เป็น 2 ลักษณะคือ

พื้นที่ ภูเขา ส่วนใหญ่อยู่ทางทิศเหนือ และทิศตะวันตกของจังหวัด คิดเป็นพื้นที่ประมาณร้อยละ 80 ของพื้นที่จังหวัด เป็นพื้นที่ป่าต้นน้ำลำธาร ไม่เหมาะสมต่อการเพาะปลูก

พื้นที่ราบลุ่ม น้ำและที่ราบเชิงเขา กระจายอยู่ทั่วไประหว่างหุบเขาทอดตัวในแนวเหนือ-ใต้ ได้แก่ ที่ราบลุ่มน้ำปิง ลุ่มน้ำฝาง ลุ่มน้ำแม่งัด เป็นพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์เหมาะสมต่อการเกษตร

อาณาเขต

  • ทิศเหนือ ติดต่อกับรัฐฉานของสหภาพพม่า
  • ทิศใต้ ติดต่อกับอำเภอสามเงา อำเภอแม่ระมาด และอำเภอท่าสองยาง (จังหวัดตาก)
  • ทิศ ตะวันออก ติดต่อกับอำเภอแม่ฟ้าหลวง อำเภอเมืองเชียงราย อำเภอแม่สรวย อำเภอเวียงป่าเป้า (จังหวัดเชียงราย) อำเภอเมืองปาน อำเภอเมืองลำปาง (จังหวัดลำปาง) อำเภอบ้านธิ อำเภอเมืองลำพูน อำเภอป่าซาง อำเภอเวียงหนองล่อง อำเภอบ้านโฮ่ง และอำเภอลี้ (จังหวัดลำพูน)
  • ทิศตะวันตก ติดต่อกับอำเภอปาย อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน อำเภอขุนยวม อำเภอแม่ลาน้อย อำเภอแม่สะเรียง และอำเภอสบเมย (จังหวัดแม่ฮ่องสอน)

การปกครอง

จังหวัดเชียงใหม่แบ่งเขตการปกครองออกเป็น 25 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองเชียงใหม่ อำเภอจอมทอง อำเภอแม่แจ่ม อำเภอเชียงดาว อำเภอดอยสะเก็ด อำเภอแม่แตง อำเภอแม่ริม อำเภอสะเมิง อำเภอฝาง อำเภอแม่อาย อำเภอพร้าว อำเภอสันป่าตอง อำเภอสันกำแพง อำเภอสันทราย อำเภอหางดง อำเภอฮอด อำเภอดอยเต่า อำเภออมก๋อย อำเภอสารภี อำเภอเวียงแหง อำเภอไชยปราการ อำเภอแม่วาง อำเภอแม่ออน อำเภอดอยหล่อ อำเภอกัลยาณิวัฒนา

ระยะทาง

การคมนาคมขนส่งทางรถยนต์ของจังหวัดเชียงใหม่ระหว่างชนบท หมู่บ้าน ตำบล อำเภอ และจังหวัดต่าง ๆ มีความสะดวก เพราะมีเส้นทางคมนาคมเชื่อมติดต่อกัน การเดินทางโดยรถยนต์ระหว่างจังหวัดกับอำเภอ ระยะทางที่ไกลที่สุดคือ อำเภออมก๋อย ระยะทาง 179 กิโลเมตร ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง ระยะทางที่ใกล้ที่สุดคือ อำเภอแม่ริม 8 กิโลเมตร ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 20 นาที โดยระยะทางจากตัวจังหวัด (อำเภอเมืองเชียงใหม่) ไปยังอำเภอต่าง ๆ ของจังหวัดเชียงใหม่ มีดังนี้

ระยะทางจากตัวเมืองไปยังอำเภอต่างๆ

อำเภอจอมทอง 58 กิโลเมตร

อำเภอสันทราย 12 กิโลเมตร

อำเภอแม่แจ่ม 156 กิโลเมตร

อำเภอหางดง 15 กิโลเมตร

อำเภอเชียงดาว 68 กิโลเมตร

อำเภอฮอด 88 กิโลเมตร

อำเภอดอยสะเก็ด 18 กิโลเมตร

อำเภอดอยเต่า 121 กิโลเมตร

อำเภอแม่แตง 40 กิโลเมตร

อำเภออมก๋อย 179 กิโลเมตร

อำเภอแม่ริม 8 กิโลเมตร

อำเภอสารภี 10 กิโลเมตร

อำเภอสะเมิง 54 กิโลเมตร

อำเภอเวียงแหง 150 กิโลเมตร

อำเภอฝาง 154 กิโลเมตร

อำเภอไชยปราการ 131 กิโลเมตร

อำเภอแม่อาย 174 กิโลเมตร

อำเภอแม่วาง 35 กิโลเมตร

อำเภอพร้าว 103 กิโลเมตร

อำเภอแม่ออน 29 กิโลเมตร

อำเภอสันป่าตอง 22 กิโลเมตร

อำเภอดอยหล่อ 34 กิโลเมตร

อำเภอสันกำแพง 13 กิโลเมตร

อำเภอกัลยาณิวัฒนา 157 กิโลเมตร